Terms and Conditions

ข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการ

บริษัท เหวยหมิง โลจิสติกส์ แอนด์ ชิปปิ้ง จำกัด (Weiming Logistics & Shipping Co., Ltd.)

ข้อตกลงและเงื่อนไขฉบับนี้ มีขึ้นเพื่อกำหนดสิทธิและหน้าที่ระหว่าง บริษัท เหวยหมิง โลจิสติกส์ แอนด์ ชิปปิ้ง จำกัด (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "บริษัทฯ") ในฐานะผู้ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (ไทย - ไต้หวัน ไทย - ฮ่องกงและประเทศอื่นๆ) กับผู้ใช้บริการ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "ลูกค้า") เมื่อลูกค้าตกลงส่งมอบสินค้าเพื่อใช้บริการกับบริษัทฯ ให้ถือว่าลูกค้ายอมรับเงื่อนไขดังต่อไปนี้ทุกประการ

1. ขั้นตอนการขนส่งสินค้า

1.1 ลูกค้าจะต้องแจ้งรายละเอียดสินค้าที่ต้องการส่งออกไปยังต่างประเทศ ให้เจ้าหน้าของทางบริษัทฯทราบ และช่วยดำเนินการตรวจสอบเพื่อป้องกันการส่งสินค้าต้องห้ามไปยังประเทศปลายทาง

1.2 ลูกค้าต้องแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องในการจัดส่ง โดยต้องมีรายละเอียดดังนี้:

  • ข้อมูลผู้ส่ง: ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, เบอร์ติดต่อ,รูปถ่ายหรือหน้าบัตรสำเนาประชาชน
  • ข้อมูลผู้รับ: ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, เบอร์ติดต่อ,รูปถ่ายหรือสำเนาบัตรประจำตัวชาวต่างชาติ

1.3 ลูกค้ามีหน้าที่ต้องแจ้งข้อมูลประเภทสินค้า และมูลค่าสินค้าตามความเป็นจริง หากเกิดความเสียหายที่เกิดจากการสำแดง
ข้อมูลเท็จหรือความพยายามในการซุกซ่อนสินค้าต้องห้ามหรือผิดกฎหมาย จนเกิดความเสียหายและค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว

1.4 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากมีกรณีที่ผู้รับปลายทางไม่สามารถติดต่อได้หรือปฏิเสธการรับพัสดุและต้องการให้ทางบริษัทฯจัดส่งพัสดุใหม่อีกครั้ง

1.5 หากเกิดเหตุการณ์ผิดปกติหรือมีความล่าช้าจากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การตรวจสอบเพิ่มเติมโดยศุลกากร สภาพอากาศ บริษัทไม่สามารถรับประกันวันที่สินค้าจะถึงปลายทางได้ และไม่รับผิดชอบหากการขนส่งล่าช้ากว่ากำหนดหรือเกิดความเสียหายที่เกิดจากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ รวมถึงการตัดสินของศุลกากรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศปลายทาง

1.6 หากพบว่ามีการส่งสินค้าหรือซุกซ่อนสินค้าต้องห้ามและสินค้าอันตราย (เช่น วัตถุไวไฟ แบตเตอรี่ลิเธียม สารเคมี) ตามมาตรฐานของ IATA หากเกิดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการหรือตีกลับจากคลังสินค้าท่าอากาศยานลูกค้าต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและการส่งสินค้าคืนเองทั้งหมด

1.7 สินค้าทุกชิ้นที่ส่งไปต่างประเทศจะถูกเปิดเพื่อตรวจสอบเบื้องต้น เพื่อความปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมายศุลกากรระหว่างประเทศ สินค้าทุกชิ้นที่เข้าคลังของบริษัทฯ จะต้องผ่านการเปิดตรวจเช็กสภาพและประเภทสินค้า เพื่อจัดทำเอกสารส่งออกและคัดกรองสิ่งของต้องห้ามอย่างเคร่งครัด

2. การดำเนินพิธีการทางศุลกากร

2.1 มาตรการยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน EZ WAY: เนื่องด้วยกฎหมายศุลกากรประเทศไต้หวัน กำหนดให้การจัดส่งพัสดุขาเข้าทุกชิ้น จะต้องมีการยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน EZ WAY ซึ่งเป็นระบบของศุลกากรไต้หวันโดยตรง โดยข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่ผู้รับปลายทางระบุในการลงทะเบียน จะถูกจัดเก็บและตรวจสอบโดยหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในประเทศไต้หวันเท่านั้น และจะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับทางบริษัทฯ ทั้งสิ้น

ผู้รับปลายทางในประเทศไต้หวัน มีหน้าที่ต้องลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน EZ WAY ให้เสร็จสิ้นล่วงหน้าก่อนการนำเข้าสินค้า และจะต้องกดตอบรับ/ยืนยันสถานะพัสดุในแอปพลิเคชันทันทีเมื่อได้รับการแจ้งเตือนจากระบบศุลกากร

หากไม่มีการกดยืนยันการนำเข้า พัสดุจะไม่สามารถเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินพิธีการศุลกากรได้ ทั้งนี้ การกดยืนยันการนำเข้าในแอปพลิเคชัน EZ WAY จะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 14 วัน นับจากวันที่พัสดุไปถึงประเทศไต้หวัน หากเกินกำหนดระยะเวลาดังกล่าว จะมีค่าปรับเกิดขึ้นในอัตรา 200 TWD ต่อวัน ซึ่งค่าใช้จ่ายและค่าปรับทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการไม่กดยืนยันพัสดุนี้ ทางผู้ส่งหรือผู้รับปลายทางจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

ในกรณีที่ผู้รับปลายทางไม่ได้ลงทะเบียนแอปพลิเคชัน EZ WAY ไว้ และสินค้าได้เดินทางไปถึงประเทศไต้หวันแล้ว ผู้รับปลายทางจะต้องดำเนินการจัดส่งเอกสารข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมให้แก่ทางศุลกากรไต้หวันเพื่อใช้ประกอบการดำเนินพิธีการด้วยตนเอง ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจทำให้ขั้นตอนการปล่อยสินค้าล่าช้ากว่าปกติ ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบต่อความล่าช้าหรือความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้น

2.2 ข้อห้ามเด็ดขาดเกี่ยวกับสินค้าประเภทอาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนผสม: ตามกฎหมายป้องกันและควบคุมโรคระบาดสัตว์ของไต้หวัน (โดยเฉพาะภัยจากโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร - ASF) บริษัทฯ ห้ามส่งสินค้าทุกชนิดที่มีเนื้อสัตว์แปรรูป หรือมีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ทุกชนิดโดยเด็ดขาด (รวมถึง หมูหยอง, กุนเชียง, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีเนื้อสัตว์, แคบหมู, น้ำพริกที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์หรือกากหมู) หากศุลกากรไต้หวันตรวจพบ สินค้าจะถูกตรวจยึดทันที และผู้รับปลายทางรวมถึงลูกค้าจะต้องระวางโทษปรับขั้นรุนแรงตามกฎหมายไต้หวัน (ปรับสูงสุดถึง 1,000,000 NTD)

ข้อห้ามเด็ดขาดเกี่ยวกับยาและผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก: บริษัทฯ ห้ามส่งยาแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณ ยาคุมกำเนิด อาหารเสริมลดน้ำหนัก หรือผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนักทุกประเภท เนื่องจากเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตราย หรือต้องมีใบอนุญาตนำเข้าจากกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการของไต้หวัน (MOHW)

โดยผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักบางชนิดที่ขายในช่องทางออนไลน์มักถูกสุ่มตรวจเจอสารไซบูทรามีน (Sibutramine) ซึ่งไต้หวันจัดเป็นยาเสพติดประเภท 4 การฝ่าฝืนส่งสินค้ากลุ่มนี้ถือเป็นความผิดร้ายแรง สินค้าจะถูกริบและดำเนินคดีอาญา หากสินค้าของลูกค้าถูกตรวจพบสินค้าต้องห้ามบริษัทฯ จะไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น

โดยผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักบางชนิดที่ขายในช่องทางออนไลน์มักถูกสุ่มตรวจเจอสารไซบูทรามีน (Sibutramine) ซึ่งไต้หวันจัดเป็นยาเสพติดประเภท 4 การฝ่าฝืนส่งสินค้ากลุ่มนี้ถือเป็นความผิดร้ายแรง สินค้าจะถูกริบและดำเนินคดีอาญา หากสินค้าของลูกค้าถูกตรวจพบสินค้าต้องห้ามบริษัทฯ จะไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น

2.3 อำนาจในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ศุลกากร

เจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ประเทศต้นทางและประเทศปลายทาง มีอำนาจตามกฎหมายในการสุ่มตรวจ ค้น หรือเปิดบรรจุภัณฑ์สินค้าทุกชิ้นที่มีความสงสัยหรือเข้าข่ายต้องตรวจสอบ การเปิดตรวจสินค้าดังกล่าวอยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ศุลกากรโดยตรง ซึ่งอาจส่งผลให้บรรจุภัณฑ์ถูกเปิดออกแล้วปิดกลับคืนสภาพเดิม หรือในกรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบสิ่งผิดกฎหมาย/สิ่งต้องห้าม อาจมีการยึด กัก หรือทำลายสินค้าชิ้นนั้น ๆ ทิ้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ศุลกากรในแต่ละประเทศแต่เพียงผู้เดียว

บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธความรับผิดชอบทุกกรณี และจะไม่ชดเชยค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น หากสินค้า บรรจุภัณฑ์ หรือชิ้นส่วนของสินค้า เกิดความเสียหาย ล่าช้า สูญหาย หรือถูกทำลาย อันเนื่องมาจากการเปิดตรวจและใช้อำนาจโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร

2.4 กรณีที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรไต้หวันต้องการเอกสารในการเดินพิธีการเพิ่มเติม ผู้รับปลายทางมีหน้าที่ในการให้เอกสารกับทางศุลกากรไต้หวัน หากกรณีที่ไม่สามารถติดต่อกับผู้รับปลายทาง ผู้ส่งมีหน้าที่ในการติดต่อกับผู้รับปลายทางเพื่อทำการติดตามเอกสารให้กับทางศุลกากร ในกรณีที่ศุลกากรไม่ได้รับเอกสารภายในระยะเวลาที่กำหนด จนเป็นเหตุให้เกิดค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าดำเนินงานศุลกากร, ค่าฝากคลังสินค้า (Storage Fee), ค่าตีกลับพัสดุ หรือค่าทำลายพัสดุ เป็นต้น ผู้รับปลายทางจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น หากไม่สามารถติดต่อผู้รับปลายทางได้ หรือผู้รับปลายทางปฏิเสธการชำระชดเชย ผู้ส่งสินค้า (ลูกค้าต้นทาง) จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นแทนผู้รับปลายทางโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

หมายเหตุ

  • ลูกค้าและผู้รับปลายทาง จะต้องเป็นผู้มีความรู้และความเข้าใจในตัวสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องการจัดส่งอย่างแท้จริง รวมถึงมีหน้าที่ต้องศึกษา ตรวจสอบ และปฏิบัติตามข้อกำหนด ข้อจำกัด หรือกฎหมายในการนำเข้าสินค้าชนิดนั้นๆ ของประเทศปลายทาง (ไต้หวัน และ ฮ่องกง) ก่อนการส่งสินค้าทุกครั้ง
  • บริษัท เหวยหมิง โลจิสติกส์ แอนด์ ชิปปิ้ง จำกัด ในฐานะผู้ให้บริการขนส่ง จะไม่รับผิดชอบต่อความล่าช้า การกักยึด การปรับ หรือการถูกทำลายสินค้าโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรปลายทาง ในกรณีที่สินค้านั้นเป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้า ติดการควบคุมทางกฎหมาย หรือต้องใช้ใบอนุญาตพิเศษเฉพาะตัวบุคคลที่ผู้รับปลายทางไม่มี
  • หากการละเลยไม่ศึกษาข้อกำหนดของลูกค้า ส่งผลให้เกิดค่าปรับ ค่าธรรมเนียมการทำลายสินค้า ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นต่อบริษัทฯ ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว

3. วิธีการคำนวณค่าขนส่งและการคำนวณปริมาตรกล่องและการชำระค่าขนส่ง

3.1 การคำนวณน้ำหนักและค่าบริการ: ค่าบริการขนส่งจะคำนวณจากน้ำหนักจริงของสินค้า (Actual Weight) หรือ น้ำหนักปริมาตรของบรรจุภัณฑ์ (Volume Weight) แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่าตามมาตรฐานสากลของธุรกิจโลจิสติกส์ทางอากาศ โดยสูตรคำนวณน้ำหนักปริมาตรคือ:
เส้นทางไทย-ไต้หวัน สูตรคำนวณน้ำหนักปริมาตร กว้าง x ยาว x สูง÷6000
ตัวอย่าง
ขนาดพัสดุ 45 x 55 x 40 ซม. น้ำหนัก 12 กิโลกรัม
น้ำหนักปริมาตรกล่อง (45 x 55 x 40)÷6000 = 16.5 กิโลกรัม
เปรียบเทียบระหว่างน้ำหนักปริมาตร 16.5 กิโลกรัม กับ น้ำหนักจริง 12 กิโลกรัม และใช้น้ำหนักที่มากกว่าในการคิดค่าขนส่ง น้ำหนักที่นำมาคิดค่าขนส่ง=น้ำหนักปริมาตร 16.5 กิโลกรัม
เส้นทางไทย-ฮ่องกง สูตรคำนวณน้ำหนักปริมาตร กว้าง x ยาว x สูง÷5000
ตัวอย่าง
ขนาดพัสดุ 45 x 55 x 40 ซม. น้ำหนัก 15 กิโลกรัม
น้ำหนักปริมาตรกล่อง (45 x 55 x 40)÷5000 = 20 กิโลกรัม
เปรียบเทียบระหว่างน้ำหนักปริมาตร 20 กิโลกรัม กับ น้ำหนักจริง 15 กิโลกรัม และใช้น้ำหนักที่มากกว่าในการคิดค่าขนส่ง น้ำหนักที่นำมาคิดค่าขนส่ง=น้ำหนักปริมาตร 20 กิโลกรัม
หมายเหตุ :
เศษทศนิยมน้ำหนักจะถูกปัดขึ้นเป็นจำนวนเต็ม เช่น น้ำหนัก 8.3 กิโลกรัมจะถูกปัดขึ้นเป็น9กิโลกรัม

3.2 เงื่อนไขการชำระเงิน: ลูกค้ามีหน้าที่ต้องชำระค่าบริการขนส่งรวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ (ถ้ามี) เต็มจำนวนตามที่บริษัทฯ แจ้ง ก่อนที่สินค้าจะถูกจัดส่งออกจากคลังสินค้าต้นทาง(เว้นแต่จะมีการตกลงเงื่อนไขเครดิตเป็นลายลักษณ์อักษรแยกต่างหาก) บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่ดำเนินกระบวนการจัดส่งหรือกักสินค้าไว้หากยังไม่ได้รับชำระเงินครบถ้วน

3.3 สิทธิ์ในการยึดหน่วงสินค้า: หากลูกค้าปฏิเสธการชำระค่าบริการ ค่าขนส่ง หรือค่าปรับใดๆ ที่เกิดขึ้นตามข้อตกลงนี้ บริษัทฯ มีสิทธิ์ตามกฎหมายในการยึดหน่วงสินค้าชิ้นนั้นๆ (หรือสินค้าชิ้นอื่นๆ ของลูกค้าที่อยู่ในความครอบครองของบริษัทฯ) ไว้จนกว่าจะได้รับชำระเงินครบถ้วน

4.มาตรฐานการบรรจุภัณฑ์และความรับผิดชอบของผู้ส่ง

4.1 โดยทั่วไป ลูกค้า (ผู้ส่ง) มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการบรรจุสินค้าลงในหีบห่อหรือกล่องพัสดุให้มีความแข็งแรง แน่นหนา และพร้อมสำหรับการขนส่งระหว่างประเทศทางอากาศ (Air Express) ทันทีที่มาถึงคลังสินค้า หากกรณีที่ลูกค้าไม่มีอุปกรณ์ที่พร้อมก็สามารถนำพัสดุมาบรรจุที่หน้าคลังได้

4.2 บริการแพ็กกิ้งและรีแพ็กกิ้ง : ในกรณีที่ลูกค้าไม่มีวัสดุอุปกรณ์ที่เหมาะสม หรือประเมินแล้วว่าพัสดุยังไม่แน่นหนาพอ ลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์ให้ทางบริษัทฯ ดำเนินการช่วยแพ็กกิ้ง (Packing) หรือแพ็กเสริมความแข็งแรง (Repack) ให้ได้ ทั้งนี้ลูกค้าจะต้องแจ้งความประสงค์ให้เจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้าก่อนการจัดส่ง

4.3 ความรับผิดชอบในการแจ้งข้อมูล: การขอรับบริการแพ็กกิ้งหรือปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ ถือเป็นความรับผิดชอบของลูกค้าโดยตรงที่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ให้ทราบอย่างชัดเจน หากลูกค้าไม่ได้แจ้งความประสงค์ และพัสดุถูกส่งออกไปในสภาพเดิมที่ลูกค้าแพ็กมาตั้งแต่ต้นทาง หากเกิดความเสียหาย บุบสลาย หรือรั่วซึมระหว่างการขนส่ง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธความรับผิดชอบทุกกรณี

4.4 ข้อจำกัดเกี่ยวกับสินค้าประเภทแตกหักหรือชำรุดง่าย: สำหรับสินค้าประเภทที่อ่อนไหวและแตกหักเสียหายง่าย (เช่น แก้ว, เซรามิก , งานปั้น, งานโมเดล, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความเปราะบาง) ลูกค้าตกลงรับทราบและยอมรับว่า การบริการแพ็กกิ้งเพิ่มเติม, การห่อกันกระแทก หรือการเปลี่ยนกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เป็นเพียงมาตรการในการ "ลดโอกาสหรือความเสี่ยง" ที่สินค้าจะเสียหายเท่านั้น ไม่ได้เป็นการรับประกันว่าสินค้าจะไม่เสียหาย 100% เนื่องจากตัวสินค้ามีความเปราะบางเป็นทุนเดิมและมีโอกาสชำรุดได้เองจากแรงสั่นสะเทือนตามปกติของการจัดส่งระหว่างประเทศทางอากาศ ดังนั้น หากบริษัทฯ ได้ดำเนินการแพ็กสินค้าตามมาตรฐานอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ตัวสินค้าภายในยังคงเกิดความเสียหาย บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธความรับผิดชอบและการชดเชยค่าเสียหายทุกกรณี

5 หมวดหมู่สินค้าแตกหักง่ายตามมาตรฐานบริษัทขนส่งสากล

1. หมวดเครื่องแก้ว เซรามิก และวัสดุเนื้อเปราะ
เป็นกลุ่มพื้นฐานที่ขนส่งทุกเจ้าจะระบุไว้เป็นอันดับแรก เนื่องจากแตกหักได้ทันทีหากมีแรงกระแทกจากภายนอก

  • ขวดแก้ว, บรรจุภัณฑ์แก้ว, ขวดโหลอาหาร, ขวดไวน์/เครื่องดื่ม
  • ถ้วย ชาม เครื่องปั้นดินเผา เครื่องเซรามิก ชุดน้ำชา
  • กระจกเงา, กระจกตกแต่ง, แว่นตา
  • โคมไฟแก้ว, หลอดไฟ

2. หมวดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี
สินค้ากลุ่มนี้แม้กล่องภายนอกไม่บุบสลาย แต่แผงวงจรภายในหรือหน้าจอมีความอ่อนไหวสูงมากต่อแรงสั่นสะเทือน (Vibration) บนเครื่องบิน

  • หน้าจอคอมพิวเตอร์, โทรทัศน์, หน้าจอแท็บเล็ต /สมาร์ทโฟน
  • กล้องถ่ายรูป, เลนส์กล้อง, อุปกรณ์ออปติก (Optics) ที่มีความละเอียดสูง
  • ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์, แผงวงจร (PCBA), ฮาร์ดดิสก์ (HDD)

3. หมวดของสะสม งานศิลปะ และสิ่งของที่มีคุณค่าทางจิตใจ
เป็นกลุ่มสินค้าที่มีโครงสร้างซับซ้อน เปราะบาง และเสียหายแล้วไม่สามารถซ่อมแซมให้เหมือนเดิมได้

  • งานปั้น, รูปปั้น, ประติมากรรม (ทำจากปูนปลาสเตอร์, เรซิ่น, หรือดินเผา)
  • โมเดล ของเล่นสะสม (Figures / Garage Kits) ซึ่งมักมีส่วนยื่น ชิ้นส่วนเล็กๆ ที่หักง่ายจากภายในกล่องเอง
  • กรอบรูป, ภาพวาด, ของโบราณ (Antiques)
  • เครื่องดนตรี (เช่น กีตาร์, ไวโอลิน) ซึ่งไวต่อทั้งแรงกระแทก ความชื้น และอุณหภูมิ

4. หมวดของเหลวและบรรจุภัณฑ์ที่มีความดัน
บริษัทขนส่งทางแอร์จะระบุว่าของเหลวเป็นสินค้าอ่อนไหว เพราะเมื่อขึ้นบิน ความกดอากาศจะเปลี่ยน (Air Pressure) อาจทำให้บรรจุภัณฑ์ขยายตัวและรั่วซึมได้ง่าย

  • เครื่องสำอางชนิดเหลว, สกินแคร์, เซรั่ม, น้ำหอม
  • น้ำพริก, ของดอง, อาหารเหลวที่บรรจุในถุงหรือขวดที่ฝาปิดไม่สนิท

5. หมวดสินค้าแฟชั่นและเครื่องประดับที่ผิดรูปได้ง่าย

  • หมวกทรงแข็ง, กระเป๋าแบรนด์เนมเนื้ออ่อน ที่หากโดนพัสดุชิ้นอื่นทับจะเสียรูปทรงทันทีและไม่สามารถคืนรูปได้

4.5 ความเสียหายต่อพัสดุชิ้น: หากสินค้าของลูกค้าเกิดการรั่วซึมหรือแตกหัก อันเนื่องมาจากการแพ็กสิ่งของที่ไม่ถูกวิธี (ในกรณีที่ลูกค้าแพ็กมาเองและไม่ได้แจ้งให้บริษัทฯ รีแพ็กให้ใหม่) แล้วส่งผลให้พัสดุของลูกค้ารายอื่นในเที่ยวบินเดียวกัน หรือทรัพย์สินของบริษัทฯ เกิดความเสียหาย ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด

5. การจำกัดความรับผิดชอบและการเคลมสินค้า

5.1 การจำกัดวงเงินชดเชยค่าเสียหายสูงสุด: ในกรณีที่เกิดการสูญหายหรือเสียหายต่อพัสดุ อันเนื่องมาจากความบกพร่องในกระบวนการจัดส่งพัสดุ (ซึ่งไม่ใช่ความผิดของศุลกากรหรือเหตุสุดวิสัย) บริษัทฯ จะชดเชยค่าเสียหายตามมูลค่าจริงของสินค้า ยอดชดเชยจำนวนเงินสูงสุดไม่เกิน 3000บาท/กล่อง

5.2 ข้อยกเว้นความรับผิดชอบจากเหตุสุดวิสัย: บริษัทฯ ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความสูญหาย, ความเสียหาย, หรือความล่าช้า ที่เกิดจากเหตุการณ์ใดๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัทฯ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง:

  • ภัยธรรมชาติ (เช่น พายุ, น้ำท่วม, แผ่นดินไหว)
  • อุบัติเหตุทางรถยนต์หรือเครื่องบินที่ไม่ได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อร้ายแรงของบริษัทฯ
  • การนัดหยุดงาน, การประท้วง, สงคราม, การก่อการร้าย, หรือการแพร่ระบาดของโรค
  • การกักตรวจ, การยึด, หรือการทำลายสินค้าโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรและหน่วยงานรัฐ (ตามที่ระบุในหมวด 2)

5.3 กำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขในการแจ้งเคลม: หากลูกค้าหรือผู้รับปลายทางพบว่าพัสดุเกิดความเสียหายหรือสูญหาย จะต้องดำเนินการแจ้งและยื่นคำร้องเคลมต่อบริษัทฯ 7 วันนับจากวันที่ได้รับสินค้า พร้อมส่งหลักฐานดังต่อไปนี้:

  • คลิปวิดีโอขณะเปิดกล่องพัสดุ (ต้องเป็นคลิปที่ถ่ายอย่างต่อเนื่องและไม่มีการตัดต่อ)
  • รูปถ่ายความเสียหายของกล่องภายนอกและสินค้าภายในอย่างชัดเจน
  • เอกสารใบเสร็จซื้อขายที่แสดงมูลค่าจริงของสินค้า

5.4 การสละสิทธิ์การเคลม: หากเกินกำหนดระยะเวลาตามข้อ 5.3 หรือลูกค้าไม่มีคลิปวิดีโอ/หลักฐานที่ชัดเจนตามที่บริษัทฯ กำหนด จะถือว่าผู้รับได้รับพัสดุในสภาพที่สมบูรณ์ครบถ้วนแล้ว และลูกค้าสละสิทธิ์ในการเรียกร้องค่าชดเชยใดๆ จากบริษัทฯ ในทุกกรณี

6. นโยบายความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

6.1 การเก็บรวบรวมข้อมูล: บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและผู้รับปลายทาง (เช่น ชื่อ, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, เลขประจำตัวประชาชน/พาสปอร์ต) เฉพาะเท่าที่จำเป็นสำหรับการให้บริการขนส่งสินค้า การดำเนินพิธีการศุลกากร และการติดต่อประสานงานเท่านั้น

6.2 การเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลที่สาม: บริษัทฯ จะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าแก่บุคคลภายนอก เว้นแต่เป็นการเปิดเผยให้แก่หน่วยงานภาครัฐ เจ้าหน้าที่ศุลกากร (ทั้งในประเทศต้นทางและปลายทาง) หรือสายการบิน/ตัวแทนขนส่งตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อประโยชน์ในการพิธีการศุลกากรและการขนส่งสินค้าเท่านั้น

7. กฎหมายที่ใช้บังคับและการระงับข้อพิพาท

7.1 กฎหมายที่ใช้บังคับ: ข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการฉบับนี้ ให้ระเบียบและตีความตามกฎหมายของประเทศไทย

7.2 เขตอำนาจศาล: ในกรณีที่มีข้อพิพาท ข้อขัดแย้ง หรือการเรียกร้องใดๆ ที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับข้อตกลงนี้ คู่สัญญาตกลงให้เสนอข้อพิพาทต่อศาลที่มีเขตอำนาจในประเทศไทย